Burberry Gabardine Capsule ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักเดินทางผ่านผ้ากาบาดีน
|

Burberry Gabardine Capsule เปิดตัวคอลเล็กชั่นฉลองมรดกกว่า 150 ปี

Burberry เปิดตัวคอลเล็กชั่น Gabardine Capsule

เฉลิมฉลองมรดกกว่า 150 ปี และจิตวิญญาณแห่งการเดินทาง

magicaldefinition.com – Burberry แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับตำนานจากสหราชอาณาจักร ตอกย้ำรากเหง้าและตัวตนที่หยั่งลึกในประวัติศาสตร์ ด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชั่นพิเศษ “Gabardine Capsule” ซึ่งถือเป็นการเฉลิมฉลองมรดกด้านนวัตกรรมสิ่งทอ และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยที่อยู่คู่กับแบรนด์มายาวนานกว่า 150 ปี คอลเล็กชั่นนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านผ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเล่าเรื่องของนักเดินทาง นักสำรวจ และผู้บุกเบิกโลก ที่ Burberry เคยอยู่เคียงข้างมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพยนตร์สั้นกลางธรรมชาติ

Snowdonia ประเทศเวลส์ กับฉากหลังแห่งจิตวิญญาณนักสำรวจ

เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวของคอลเล็กชั่น Gabardine Capsule อย่างสมบูรณ์ เลือกเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของ Snowdonia ประเทศเวลส์ ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยขุนเขา หมอก และสภาพอากาศที่แปรปรวน เปรียบเสมือนบททดสอบของนักเดินทาง และสะท้อนหัวใจสำคัญของผ้ากาบาดีนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

ภาพยนตร์สั้นดังกล่าวยังถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีของ พร้อมเน้นย้ำสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์กับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Burberry แตกต่างจากแบรนด์แฟชั่นอื่นมาตลอดหลายทศวรรษ

Gabardine Capsule: การตีความไอคอนิกใหม่ในมุมมองร่วมสมัย

ไอเท็มคลาสสิกที่กลับมาอย่างสง่างาม

คอลเล็กชั่น  หยิบยกไอเท็มระดับไอคอนิกของ Burberry มาตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็น พาร์กา เสื้อขนเป็ด และแจ็กเก็ตบอมเบอร์ โดยทั้งหมดถูกออกแบบขึ้นจาก ผ้ากาบาดีนไนลอนคอตตอนเนื้อนุ่ม ที่ให้สัมผัสสบาย เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน พร้อมโทนสีธรรมชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิประเทศและโลกกลางแจ้ง

เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้ยังถูกออกแบบให้สามารถเลเยอร์เข้ากับเอาต์เตอร์แวร์ นิตแวร์ผ้าวูลแคชเมียร์ และผ้าเจอร์ซีย์น้ำหนักเบาได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและสไตล์ในแบบร่วมสมัย โดยยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ อย่างชัดเจน

รายละเอียดจากเทรนช์โค้ตและงานอาร์ไคฟ์

ป้าย “Burberrys grew out of country life” กับความหมายเชิงสัญลักษณ์

อีกหนึ่งจุดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้ คือการนำรายละเอียดจาก เทรนช์โค้ตสุดคลาสสิก มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเสื้อ กระดุม หรือดีเทลเชิงเทคนิคที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีการนำ ป้ายพิเศษ “Burberrys grew out of country life” จากงานอาร์ไคฟ์ปี 1993 กลับมาใช้อีกครั้ง

ป้ายดังกล่าวไม่เพียงเป็นองค์ประกอบด้านดีไซน์ แต่ยังสื่อถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่าง Burberry กับชีวิตชนบท การผจญภัยกลางแจ้ง และการเดินทาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมตัวตนของแบรนด์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ผ้ากาบาดีน: นวัตกรรมที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์แฟชั่น

อัจฉริยะทางสิ่งทอของ Thomas Burberry

หัวใจของคอลเล็กชั่น Gabardine Capsule ยังคงอยู่ที่ ผ้ากาบาดีน นวัตกรรมสิ่งทอที่ Thomas คิดค้นขึ้นในปี 1879 ด้วยเทคนิคการทอแบบลายทแยงที่มีความหนาแน่นสูงถึง 100 เส้นด้ายต่อเซนติเมตร ส่งผลให้ผ้ามีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี แต่ยังสามารถกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคนั้น ผ้ากาบาดีนถือเป็นการปฏิวัติวงการเครื่องแต่งกาย เพราะเหนือกว่าผ้าแคนวาสเคลือบยางที่ทั้งหนัก อับชื้น และไม่เหมาะกับการเดินทางระยะไกล นวัตกรรมนี้เองที่ทำให้ Burberry กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมสุดโหด

จากขั้วโลกใต้สู่แอนตาร์กติกา: ตำนานของนักสำรวจโลก

 กับบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์การเดินทาง

ผ้ากาบาดีนของ Burberry เคยถูกสวมใส่โดยนักสำรวจระดับตำนานมากมาย หนึ่งในนั้นคือ Roald Amundsen มนุษย์คนแรกที่เดินทางไปถึงขั้วโลกใต้ รวมถึง Sir Ernest Shackleton ผู้สวมใส่ชุดผ้ากาบาดีนในการเดินทางข้ามทวีปแอนตาร์กติกา เรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงเป็นตำนานการผจญภัย แต่ยังเป็นหลักฐานที่ตอกย้ำถึงคุณภาพและความทนทานของนวัตกรรมสิ่งทอจาก Burberry

มรดกที่ยังมีชีวิตในโลกแฟชั่นปัจจุบัน

Gabardine Capsule กับอนาคตของ

การเปิดตัวคอลเล็กชั่น  จึงไม่ใช่แค่การรำลึกถึงอดีต แต่เป็นการนำมรดกทางนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน Burberry ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์สามารถยืนหยัดอยู่บนรากฐานประวัติศาสตร์ พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นที่ผสานการใช้งานจริง จิตวิญญาณแห่งการเดินทาง และความสง่างามเหนือกาลเวลาได้อย่างแท้จริง

Gallery image 2

 

Gallery image 3

 

Gallery image 4

 

Gallery image 5

Gallery image 6

 

Gallery image 7

Gallery image 9

Gallery image 10

แหล่งที่มา : vogue.co.th

Similar Posts

  • |

    ICONSIAM ศูนย์กลางประสบการณ์ช็อปปิ้งลักชัวรีระดับโลกของไทย

    ICONSIAM ศูนย์กลางประสบการณ์ช็อปปิ้งลักชัวรีระดับโลกในไทย magicaldefinition.com – ไอคอนสยามไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แต่ได้กลายเป็น ปรากฏการณ์ระดับโลก ที่สะท้อนทั้งวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และแฟชั่นลักชัวรีอย่างครบวงจร ด้วยการผสมผสานระหว่างแบรนด์ระดับโลกกับเอกลักษณ์ไทยอย่างลงตัว ICONLUXE โซนลักชัวรีระดับภูมิภาค หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ไอคอนสยามโดดเด่นคือ โซน ICONLUXE พื้นที่กว่า 25,000 ตารางเมตรที่ออกแบบเหมือนพิพิธภัณฑ์ลักชัวรี ผู้มาเยือนสามารถสัมผัส ประสบการณ์แบบ immersive ของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Dior, Louis Vuitton, Hermès, Cartier และ Gucci แต่ละแบรนด์ถูกออกแบบให้เล่าเรื่องราวตัวตนและประวัติศาสตร์ของตนเองผ่านดีไซน์และการจัดวางสินค้า   2 / 2 ทำไม ถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของแบรนด์ลักชัวรี     4 / 4 ICONLUXE Zone 1. ทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา การตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้ไอคอนสยามกลายเป็น แลนด์มาร์กระดับโลก ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักช็อปชั้นนำจากทั่วโลก 2. Experiential Marketing ไอคอนสยามนำเสนอ กลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ ที่ทำให้ผู้มาเยือนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์โดยตรง ผ่านแฟชั่นโชว์ นิทรรศการศิลปะ หรือกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ ช่วยให้แบรนด์ระดับโลกเลือกใช้ที่นี่เป็นเวทีเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่หรือทดลองกลยุทธ์สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การออกแบบที่ผสานซอฟต์พาวเวอร์ไทย…

  • | | | |

    LV Monogram 130 ปี: ประวัติและไอคอนแฟชั่น Louis Vuitton

    LV Monogram ครบรอบ 130 ปี: ประวัติศาสตร์และความเป็นนิรันดร์ของ Louis Vuitton จุดเริ่มต้นของ LV Monogram magicaldefinition.com – ย้อนกลับไปในปี 1896 Georges Vuitton ทายาทรุ่นที่สองของ Louis Vuitton ได้สร้างลวดลาย LV Monogram ขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนสินค้าของเมซงและอุทิศให้บิดาผู้ล่วงลับ ลวดลายประกอบด้วยตัวอักษรไขว้ ‘LV’ ลวดลายดอกไม้สี่แฉก เพชร และกรอบกลมรูปทรงสวยงาม ซึ่งออกแบบเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบสินค้าและสร้างเอกลักษณ์ที่คงทนต่อกาลเวลา Georges Vuitton ผสมผสานแรงบันดาลใจจากศิลปะญี่ปุ่น สถาปัตยกรรมกอธิก และความสุนทรีย์แบบอาร์ตนูโว ทำให้ LV Monogram กลายเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และกลายเป็นหัวใจสำคัญของเมซง Louis Vuitton การพัฒนาลวดลายโมโนแกรมในศตวรรษที่ 20 ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 LV Monogram ถูกนำไปใช้บน หีบเดินทางและกระเป๋าเดินทาง ด้วยเทคนิคพิเศษ เช่น การทอด้วยเครื่องแจ็กการ์ด การพิมพ์ด้วยมือ (Pochoir) และการเคลือบด้วยผ้าแคนวาส…

  • | | |

    เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี หอจดหมายเหตุ BALMAIN ศึกษาฉลองพระองค์

    เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงศึกษาข้อมูลฉลองพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง ณ หอจดหมายเหตุ BALMAIN สืบสานมรดกแฟชั่นชั้นสูงไทย–ฝรั่งเศส สู่การจัดนิทรรศการระดับนานาชาติ ณ กรุงปารีส magicaldefinition.com – สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ไปทรงศึกษาค้นคว้าข้อมูล ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งได้รับการออกแบบและตัดเย็บโดย ห้องเสื้อ BALMAIN จาก หอจดหมายเหตุ (Archives) ของ Balmain ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 มกราคม พุทธศักราช 2569 เพื่อประกอบการจัดทำนิทรรศการสำคัญระดับนานาชาติ LA MODE EN MAJESTÉ, HAUTE COUTURE ET TRADITION À LA COUR DE THAÏLANDE หอจดหมายเหตุ BALMAIN กับฐานข้อมูลประวัติศาสตร์แฟชั่นกว่า 70 ปี คลังมรดกการออกแบบระดับโลก…

  • | |

    คนไทยนำแฟชั่นมากที่สุดในเอเชีย – CMG หมวดแฟชั่น 1 หมื่นล้าน

    คนไทยนำแฟชั่นมากที่สุดในเอเชีย! CMG ลงทุน 1,300 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้หมวดแฟชั่นเกิน 1 หมื่นล้านบาท https://magicaldefinition.com/ – Central Marketing Group (CMG) หนึ่งในธุรกิจจัดจำหน่ายและบริหารแบรนด์แฟชั่นในเครือเซ็นทรัล รีเทล เตรียมอัดฉีดงบลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพหมวดแฟชั่นและตั้งเป้ารายได้เกิน 1 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปี 2566 การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของธุรกิจแฟชั่นต่อ CMG ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด และตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดเทรนด์แฟชั่นในประเทศไทย CMG กับการเติบโตของตลาดแฟชั่นไทย เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ CMG เปิดเผยว่า “คนไทยเป็นหนึ่งในผู้บริโภคนำแฟชั่นมากที่สุดในเอเชีย” การจับจ่ายของคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสก้าวสู่ ศูนย์กลางแฟชั่นแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ CMG มีแบรนด์แฟชั่นมากกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่…

  • | | |

    Boy Beat แต่งหน้าใสเหมือนไม่แต่ง พร้อมทริคง่าย ๆ

    ทำความรู้จัก “Boy Beat” เทรนด์แต่งหน้าใสเหมือนไม่แต่ง พร้อมทริคง่าย ๆ magicaldefinition.com – Boy Beat แต่งหน้าใสเหมือนไม่แต่ง, เทรนด์แต่งหน้าที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ Boy Beat ซึ่งเป็นลุคที่เน้นความใสและดูเป็นธรรมชาติ เหมือนผู้หญิงไม่ได้แต่งหน้า แต่จริง ๆ แล้วมีการลงเครื่องสำอางหลายขั้นตอนเพื่อสร้างงานผิวที่เรียบเนียน ดูสุขภาพดี ละมุน และไม่หนักหน้าเหมือนลุคเมคอัพทั่วไป Boy Beat คืออะไร? แนวคิดและจุดเด่น หลายคนอาจคุ้นกับเทรนด์ Makeup No Makeup หรือการแต่งหน้าที่ดูเหมือนไม่แต่ง แต่ Boy Beat มาจากฝั่งอเมริกา โดยบิวตี้บล็อกเกอร์และช่างแต่งหน้าหลายคนหยิบลุคนี้มาปรับใช้ เน้นให้ผิวดู ใสและมีชีวิตชีวา แต่ยังมีการลงรองพื้น คุชชั่น ปัดแก้ม และทาลิปสติกอย่างประณีต จุดเด่นคือ งานผิวบางเบา ไม่หนักจนเกินไป ผู้ที่มีผิวดีอยู่แล้วสามารถข้ามขั้นตอนการลงรองพื้นได้ และอาจใช้คอนซีลเลอร์เพียงบางจุดเพื่อปกปิดรอยเล็ก ๆ ให้ผิวดูเนียนเป็นธรรมชาติ Boy Beat แต่งหน้าใสเหมือนไม่แต่ง การเตรียมผิวสำหรับลุค Boy Beat…

  • อิซเซ มิยาเกะ เสียชีวิต วัย 84 ปี เจ้าชายแห่งการจับจีบ

    สิ้นยอดดีไซเนอร์อิซเซ มิยาเกะ เจ้าชายแห่งการจับจีบวัย 84 ปี magicaldefinition.com – อิซเซ มิยาเกะ เสียชีวิต, อิซเซ มิยาเกะ (Issey Miyake) ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 84 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งตับ โดยทางบริษัท อิซเซ มิยาเกะ กรุ๊ป เผยว่าดีไซเนอร์ได้สั่งเสียไว้ก่อนว่าไม่ต้องจัดงานศพหรืองานรำลึกใด ๆ เพื่อให้ผลงานและมรดกทางแฟชั่นเป็นแรงบันดาลใจแก่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ชีวิตและผลงานอันโดดเด่นของอิซเซ มิยาเกะ อิซเซ มิยาเกะเกิดวันที่ 22 เมษายน 1938 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ช่วงที่กองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงเมือง เขาอายุเพียง 7 ขวบ แม้รอดชีวิตมาได้ แต่แม่ของมิยาเกะเสียชีวิตใน 3 ปีหลังจากนั้น ทำให้เหตุการณ์นี้เป็นประสบการณ์สะเทือนใจและมีอิทธิพลต่อแนวคิดการสร้างสรรค์ของเขา มิยาเกะมีชื่อเสียงจากการทดลอง เทคนิคจับจีบ (Pleats) เพื่อให้ผ้ายับยาก เคลื่อนไหวสะดวก และง่ายต่อการดูแลรักษา ชุดของเขาได้รับความนิยมตั้งแต่ยุค 1980 จนถึงปัจจุบัน จนได้รับฉายาว่า Prince…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *